0

มาอ่านฉลากโภชนาการ เพื่อดูสุขภาพของเรา

มาอ่านฉลากโภชนาการ เพื่อดูสุขภาพของเรา


2019-09-04 15:20:15

มาอ่านฉลากโภชนาการ ...เพื่อดูสุขภาพของเรา


          สำหรับคนชอบกินขนมจุ๊บจิ๊บทั้งวัน แล้วอยากจะหันมาดูแลสุขภาพ ขอชวนลองสังเกตฉลากโภชนาการ เพื่อช่วยให้ได้รับสารอาหารตามความต้องการ โดยเฉพาะคนอยากลดน้ำหนักทั้งหลาย มาดูกันค่ะ





ฉลากโภชนาการ แบบ GDA คืออะไร

          ปรับปรุงฉลากโภชนาการให้เห็นชัดเจนและอ่านเข้าใจง่ายขึ้นในปี พ.ศ.2559 เรียกว่าฉลาก GDA (Guideline Daily Amount) หรือฉลากหวาน มัน เค็ม ที่จะแสดงข้อมูลโภชนาการ โดยแสดงค่าพลังงาน (กิโลแคลอรี่) น้ำตาล (กรัม) ไขมัน (กรัม) และโซเดียม (มิลลิกรัม) มาแสดงที่ฉลากด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจน และอ่านง่าย โดยมีการบังคับการแสดงฉลากโภชนาการ GDA ในกลุ่มอาหาร 5 กลุ่ม ได้แก่

  1. อาหารขบเคี้ยว ได้แก่ มันฝรั่งทอดหรืออบกรอบ ข้าวโพดคั่วทอดหรืออบกรอบ ข้าวเกรียบทอด หรืออบกรอบ หรืออาหารขบเคี้ยวชนิดอบพอง ถั่วทอด หรืออบกรอบหรืออบเกลือ หรือเคลือบปรุงรส สาหร่ายทอดหรืออบกรอบ หรือเคลือบปรุงรสและปลาเส้นทอด หรืออบกรอบหรือปรุงรส
  2. ช็อกโกแลต และผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกัน
  3. ผลิตภัณฑ์ขนมอบ ได้แก่ ขนมปังกรอบ หรือแครกเกอร์ หรือบิสกิต เวเฟอร์สอดไส้ คุกกี้ เค้ก และพาย ทั้งชนิดที่มีและไม่มีไส้
  4. อาหารกึ่งสําเร็จรูป ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ บะหมี่ เส้นหมี่ และวุ้นเส้น ไม่ว่าจะมีการปรุงแต่งหรือไม่ก็ตาม ซองเครื่องปรุง ข้าวต้มและโจ๊กที่ปรุงแต่ง
  5. กลุ่มอาหารมื้อหลักแช่เย็นแช่แข็ง ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นหรือตู้แช่แข็งตลอดระยะเวลาจําหน่าย




มาอ่านฉลาก GDA กัน

          ส่วนที่ 1 บอกให้ทราบถึงคุณค่าทางโภชนาการต่อหน่วยบริโภค

          ส่วนที่ 2 บอกถึงปริมาณที่เหมาะสมในการแบ่งกิน 

          ส่วนที่ 3 บอกให้ทราบว่าเมื่อกินทั้งซอง จะได้รับพลังงานเท่าไหร่ เช่น  น้ำตาล ไขมัน โซเดียมปริมาณเท่าไร 

          ส่วนที่ 4 บอกถึงปริมาณหวาน มัน เค็มเป็นร้อยละเท่าไรต่อปริมาณที่แนะนำต่อวัน


ส่วนปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน คิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี ดังนี้

  1.  ไขมัน ไม่ควรเกิน      65 กรัม 
  2.  น้ำตาล ไม่ควรเกิน    65 กรัม
  3.  คาร์โบไฮเดรต           300 กรัม 
  4.  โซเดียม ไม่ควรเกิน   2,400 มิลลิกรัม


          เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอเป็นแนวทางให้สาวรักสุขภาพทั้งหลาย ได้เอาไปใช้ในการดูแลเรื่องการกินต่อไปได้นะคะ





ข้อมูลอ้างอิง : 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

thaihealth.or.th